The End of the Earthly Journey (in Thai)

[English] | [Thai]

สิ้นสุดการเดินทางในโลก

The stigmates on La Verna

1.37. ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม ถึง 29 กันยายน 1224 นักบุญฟรันซิสจำศีลภาวนาอดอาหารบนภูเขาลาแวร์นา ท่านเรียกว่ามหาพรตของทูตสวรรค์มีคาแอล ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นในวันฉลองเทิดทูนไม้กางเขนในวันที่ 14 กันยายน ท่านเห็นนิมิตของเทพเซฟาริมที่ถูกตรึงบนกางเขน และประทับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์บนร่างกายของท่าน  เหตุการณ์นี้ได้รับการเขียนในยุคกลางหลายแห่งที่เชื่อถือได้  เมื่อการจำศีลเสร็จสิ้น ท่านได้เดินทางกลับมาที่วัดแม่พระปอร์ซิอุนโกลา โดยผ่านเมืองบอรโก ซานแซพอลโคร เมืองมอนเต คาซาเล และเมืองคาสเตลโล แม้ว่าร่างกายจะปรอบบางจากความเจ็บป่วย ท่านเดินทางด้วยลา และได้หยุดทำการเทศสอนที่เมืองอุมเบรีย และเมืองมาเชส ระหว่างฤดูหนาวปี 1224-1225

1.38. ปี 1225 ได้บันทึกการเริ่มเจ็บป่วยครั้งสุดท้าย นักบุญฟรันซิสตาบอดสนิท และในฤดูใบไม้ผลิท่านถูกนำตัวไปให้นักบุญกลาราได้ดูแลที่วัดดามีอาโน ภราดาเอเลียสยืนกรานให้ท่านได้รับการรักษาจากแพทย์ แต่นักบุญฟรันซิสขอเลื่อนไปก่อน ที่วัดซานดามิอาโนในค่ำคืนที่ยากลำบาก ท่านได้แต่งบทเพลงของดวงอาทิตย์และสิ่งสร้าง ภายหลังท่านได้เพิ่มบทเพลงในการให้อภัย หลังจากที่ท่านได้ทำให้พระสังฆราชและเจ้าเมืองอัสซีซีคืนดีกัน

1.39. ในเดือนกรกฏาคม 1225 นักบุญฟรันซิสเดินทางไปเมืองริเอติเพื่อรับการรักษาจากแพทย์ของสันตะสำนัก ที่นั่นพระคาดินัลฮูโกลิโนและราชสำนักสันตะปาปาได้รอต้อนรับ แล้วถูกส่งตัวต่อไปที่เมืองฟอนเตโคลอมโบ ภราดาเอเลียสได้ขอร้องให้ท่านเข้ารับการรักษา ท่านต้องเผชิญความเจ็บปวดการการถูกจี้ด้วยไฟที่ขมับทั้งสองข้าง แต่การรักษาล้มเหลว ในเดือนกันยายน 1225 ท่านถูกส่งต่อไปยังซานฟาบิอาโน เดลลาฟอเรสตา ใกล้เมืองริเอติ เพื่อทำการรักษาต่อไป และด้วยคำภาวนาร้อนรนทำให้สวนองุ่นของพระสงฆ์ชรา ที่ถูกผู้คนเหยียบย่ำเสียหายจากการหลั่งไหลมาเยี่ยมท่านนักบุญ กลับออกผลองุ่นอย่างสมบูรณ์ที่ไม่เคยเกิดมาก่อน

1.40. ปี 1226 เป็นปีสุดท้ายในชีวิตท่าน ในฤดูใบไม้ผลิท่านถูกส่งต่อไปเมืองซีเอนาเพื่อทำการรักษา ค่ำคืนหนึ่งเมื่อเผชิญว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา ท่านได้ให้เขียนคำอำลา ที่เรียกว่า Siena Testament ต่อมาท่านถูกนำตัวไปจำศีลภาวนาที่เซลเล ดี คอร์โตนา ที่นี่ท่านได้บอกให้เขียนพินัยกรรมฉบับสุดท้าย

1.41. ในฤดูร้อนปี 1226 นักบุญฟรันซิสอยู่ที่บานญารา บนเนินเขาใกล้เมืองโนเซรา สภาพร่างกายท่านย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ท่านได้ถูกพาส่งไปที่สำนักสังฆราชเมืองอัสซีซี ท่านตระหนักว่า “น้องสาวมรณา”อยู่แค่เอื้อม ท่านจึงขอร้องให้พาท่านกลับมาที่วัดแม่พระปอร์ซิอุนโกลาในเดือนกันยายน ในตอนนั้นพระสังฆราชเดินทางแสวงบุญที่มอนเต การ์กาโน ระหว่างทางไปวัดแม่พระท่านได้อวยพรเมืองเกิดอัสซีซี

St. Francis after his death

1.42. ยามพระอาทิตย์ตก ของวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม ปี 1226 นักบุญฟรันซิสได้กลับสู่อ้อมกอดของพระเจ้าที่วัดแม่พระปอร์ซิอุนโกลา หลังจากที่ท่านได้ให้ภราดาได้อ่านพระมหาทรมานของพระเยซูเจ้า ตามบันทีกของนักบุญยอห์น และหลังจากสวดบทสดุดี 141 ในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมขบวนแห่ศพนักบุญฟรันซิสมายังเมืองอัสซีซี ผ่านวัดซานดามิอาโนเพื่อให้นักบุญกลาราและภคิณีได้พบบิดาเป็นครั้งสุดท้าย ศพท่านถูกฝังไว้ที่วัดซานจอจีโอ ที่ซึ่งตอนเป็นเด็กท่านได้ไปโรงเรียนของวิหารนี้ อัครธิการเอเลียสได้ออกจดหมายเวียน ประกาศให้ทราบเกี่ยวกับการมรณาของนักบุญฟรันซิส

1.43. วันที่ 19 มีนาคม 1227 พระคาดินัลฮูโกลิโนได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาเกรโกรีที่เก้า ท่านได้เร่งดำเนินการให้เกียรติรุ่งโรจน์แก่บุรุษผู้จากจน หรือ “ poverello “ แห่งเมืองอัสซีซีผู้นี้ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 1227 ภราดาจิโอวานนี ปาเรนติ ได้รับเลือกเป็นมหาธิการของคณะ ระหว่างการประชุมคณะในวันฉลองพระจิตเสด็จลงมา

1.44. วันที่ 29 เมษายน 1228 พระสันตะปาปาเกรโกรีที่เก้า มีพระราชโองการให้ทำการสร้างวิหารเพื่อเทิดเกียรตินักบุญฟรันซิส ในวันที่ 16 กรกฎาคม ท่านเสด็จมาที่เมืองอัสซีซีเพื่อสถาปนานักบุญฟรันซิสเป็นการส่วนตัว และในวันที่ 19 กรกฎาคม ตามพระราชโองการ “ Mira circa nos “ ท่านได้สถาปนานักบุญฟรันซิสเป็นทางการและให้ทำการฉลองทุกวันที่ 4 ตุลาคม ทุกปี และในโอกาสนี้พระสันตะปาปาเป็นผู้วางศิลาฤกษ์ วิหารที่ท่านสั่งให้สร้างบนเนินเขานรก “ collis inferni “ ทางตะวันตกของเมือง ซึ่งต่อมาได้รับการขนานนามใหม่ว่า เนินเขาแดนสวรรค์ หรือ “ collis paradise “ โบสถ์หลังที่สามได้ถูกสร้างขึ้นภายใต้การดูแลของภราดาเอเลียส ประกอบด้วยที่ห้องฝังศพนักบุญ และตัววิหารอันโอ่อ่าตระการตา ครอบคลุมตัวโบสถ์คูหาศักดิ์สิทธิ์และโบส์ของอาราม พระธาตุนักบุญฟรันซิสได้ย้ายมาบรรจุอยู่ภายในโบสถ์คุหาศักดิ์สิทธิ์นี้ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 1230

1.45. ในปี 1939 นักบุญฟรันซิสได้รับการสถาปนาให้เป็นผู้อุปถัมภ์ประเทศอิตาลี และในปี 1980 พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่สอง ได้สถาปนาท่านเป็นผู้อุปถัมภ์นิเวทย์วิทยา

© copyright FIOR-Malta
Text by Fr. Noel Muscat ofm

source: http://198.62.75.1/www1/ofm/fra/FRAlife6.html

Copyright © 2012 OFM Thailand