Journeying for the Lord (in Thai)

[English] | [Thai]

เดินทางเทศนายังต่างแดน

1.25. นักบุญฟรันซิสเดินทางเผยแพร่ศาสนายังต่างแดนราวปี 1213-1214 ในครั้งนี้ท่านมุ่งสู่ประเทศเสปน เพื่อไปเทศนาพวกมุสลิมในประเทศโมรอกโก การเดินทางนี้ไม่สำเร็จเพราะท่านล้มป่วยเสียก่อน และต้องเดินทางกลับมาอิตาลี ที่วัดแม่พระปอร์ซิอุนโกลา ท่านได้สมาชิกภราดาเพิ่มเข้ามา พวกเขาเป็นพวกมีการศึกษา หนึ่งในพวกเขาคือโทมาส แห่งเซลาโน ท่านผู้นี้เองได้เขียนชีวประวัตินักบุญฟรันซิสไว้สามเล่ม

The interior of the small chapel of the Porziuncola

1.26. ในเดือนพฤศจิกายนปี 1215 นักบุญฟรันซิสได้มีส่วนให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ คือการสังคายนาลาเตรันครั้งที่สี่ ที่พระสันตะปาปาอินโนเซ็นต์ที่สามได้เรียกประชุม ในที่ประชุมนี้เองท่านได้พบกับผู้ก่อตั้งคณะที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง ชื่อดอมินิก กุซแมน สภาสังคายนาได้มีมติ ไม่ให้การรับรองใดๆต่อพระวินัยของคณะนักบวชต่างๆที่ก่อตั้งใหม่ แต่นักบุญฟรันซิสสามารถโน้มน้าวให้สภาสังคายนา ได้รับรองพระวินัยในปี 1223 อันเนื่องจากการที่พระสันตะปาปาได้รับรองด้วยวาจาไว้ตั้งแต่ปี 1209

1.27. ในวันที่ 16 กรกฎาคม 1216  พระสันตะปาปาอินโนเซ็นต์ที่สามสิ้นพระชนม์ที่เมืองเปรูเจีย ในโอกาสนี้เองท่านจ้าค เดอ วิตรี ได้รับเลือกป็นสังฆราชเมืองเอเคอในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ได้มีจดหมายเขียนที่เมืองเจโนวา กล่าวถึงคณะภราดาน้อยและสตรีผู้ยากจนของวัดซานดามีอาโน เป็นเอกสารฉบับแรกที่ไม่ได้เขียนโดยภราดาฟรังซิสกัน พระสันตะปาปาออนโนรีอุสที่สาม เป็นผู้สืบต่อจากพระสันตะปาปาอินโนเซ็นต์ที่สาม พระองค์ทรงอนุญาตตามความต้องการของนักบุญฟรันซิส ให้วัดแม่พระปอร์ซิอุนโกลา ได้เป็นแหล่งแจกจ่ายพระคุณการุณย์จนถึงปลายปี 1310 แต่เรื่องนี้ยังคงมีการค้นคว้าความจริงทางประวัติศาสตร์ ถึงวิธีการดั้งเดิมที่นักบุญฟรันซิสได้ร้องขอ

1.28. วัดแม่พระปอร์ซิอุนโกลา ได้กลายเป็นสถานที่พบปะประจำปีของภราดา ที่เรียกว่าการประชุมคณะ ที่จัดขึ้นระหว่างวันฉลองพระจิตเสด็จลงมา ในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน เรามีเอกสารแสดงถึงหลักฐานของการประชุมคณะนี้หลายครั้ง ดังเช่นในปี 1217 ที่ประชุมมีมติให้ส่งมิชชันนารีไปทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ ข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภราดากิลเลสได้ไปยังประเทศตูนีเซีย ภราดาเอเลียสไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ท่านฟรันซิสไปประเทศฝรั่งเศส แต่เมื่อท่านไปถึงเมืองฟิเรนเซ คาดินัลฮูโกลิโน ผู้แทนองค์สันตะปาปาประจำเมืองทุสคานีและลอมบาร์ดี ได้ขอให้ท่านนักบุญอยู่ในอิตาลี คาดินัลผู้นี้เป็นผู้มีบทบาทอย่างยิ่งในการก่อตั้งคณะภราดาน้อย ท่านช่วยนักบุญฟรันซิสในการตรวจสอบพระวินัยฉบับสุดท้าย และท่านยังได้รับเลือกเป็นคาดินัลอุปถัมภ์ของคณะในปี 1220 ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างท่านและนักบุญฟรันซิส ทำให้นักบุญฟรันซิสได้รับการประกาศเป็นนักบุญในปี 1228 เพียงแค่สองปีหลังจากที่นักบุญฟรันซิสได้มรณภาพ เพราะคาดินัลฮูโกลิโนผู้นี้ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาเกรโกรี่ที่เก้า ระหว่างการประชุมของคณะในปี 1217 คณะได้มีการจัดองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการแบ่งออกเป็นแขวงต่างๆ

1.29. ในการประชุมคณะปี1219 ที่ประชุมได้ส่งมิชชันนารีไปยังประเทศเยอรมัน ฝรั่งเศส ฮังการี เสปน และโมรอกโก ที่โมรอกโกภราดาได้ยอมพลีชีวิตเป็นมรณะสักขีที่เมืองมาราเคช ในวันที่ 16 มกราคม 1220 ที่ซึ่งนักบุญเบราโดและเพื่อนๆเป็นมรณะสักขีฟรันซิสกันกลุ่มแรก ที่ยอมตายเป็นประจักษ์พยานถึงพระวรสาร

1.30. ในโอกาสนั้น นักบุญฟรันซิสได้เดินทางไปเมืองเอเคอและดามิเอตาในประเทศอียิปต์ ขณะที่สงครามครูเสดครั้งที่ห้าที่จะปราบปรามอียิปต์ ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1219 ท่านนักบุญฟรันซิสได้มาถึงเมืองดามิอาเทียและขออนุญาตผู้แทนพระสันตะปาปา เข้าไปยังค่ายมุสลิม ท่านและภราดาอิลลุมินาโตได้เข้าเฝ้าสุลต่านเมเลค เอล คาเมล สุลต่านฟังนักบุญฟรันซิสอย่างตั้งใจ สุลต่านอนุญาตให้นักบุญฟรันซิสเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หลังจากที่กองทัพครูเสดมีชัยเหนือเมืองดามิอาเทียในปี 1220 นักบุญฟรันซิสได้เดินทางต่อไปยังเมืองเอเคอ ภายหลังที่ได้คารวะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคริสต์ศาสนาในเยรูซาเล็ม ท่านและผู้ติดตามก็คงอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ จากบันทึกทางประวัติศาสตร์เรื่องการเดินทางของนักบุญฟรันซิสมาเอเชีย เขียนโดยจ้าค เดอ วิตรี จากเมืองดิอามาตาในปี 1220

1.31. ระหว่างที่นักบุญฟรันซิสไม่อยู่ คณะอยู่ในความดูแลของภราดาสองท่าน ภราดามัททิโอ ดานาร์นี และภราดาเกรโกรีโอ ดานาโปลี ในฤดูใบไม้ผลิปี 1220 นักบุญฟรันซิสได้ข่าวคราวถึงสภาพของคณะด้วยใจปั่นป่วน ท่านเดินทางกลับมาถึงเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี พร้อมกับภราดาปิเอโตร คัทตานี ภราดาอเลียส และภราดาเซซาออฟสเปเยอ ท่านได้ขอความช่วยเหลือจากพระคาดินัลฮูโกลิโน ผู้อุปภัมภ์คณะ นักบุญฟรันซิสได้ลาออกจากการเป็นอัครธิการ และได้แต่งตั้งให้ภราดาปิเอโตร คัตตานี เป็นอัครธิการ จวบจนวันสิ้นใจของเขาในวันที่ 10 มีนาคม 1221 ระหว่างที่ประชุมคณะในปี 1221 ภราดาเอเลียสได้รับการเสนอชื่อเป็นอัครธิการ และในเวลาเดียวกันในวันที่ 22 กันยายน ปี 1220 พระสันตะปาปาออนโนรีอุสที่สาม ได้มีพระราชโองการ “ คุม เซคุนดุม คอนซิลิอุม “ กำหนดให้มีช่วงเวลาผู้ฝึกหัดในคณะ

1.32. การประชุมคณะในวันที่ 30 พฤษภาคม ปี 1221 ยังคงจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของคณะ ที่เรียกกันว่า “ Chapter of Mats “ นักประวัติศาสตร์ยังคงเห็นต่างกันเรื่องปีที่แน่นอนของการประชุม อาจเป็นปี 1219 ไม่ใช่ปี 1221 เพราะปี 1221 พระคาดินัลฮูโกลิโนเป็นผู้แทนพระสันตะปาปาแค้วนเวเนโต และการประชุมมีคาดินัลรานีเอโร คาปอคชี คณะซิสเตอเซียนเป็นประธาน การประชุมคณะนี้มีชื่อเสียงมาก เพราะมีภราดามาชุมนุมกันอย่างมโหฬาร โดยสร้างกระท่อมรอบๆวัดแม่พระปอร์ซิอุนโกลา พวกเขาได้รับรองพระวินัยฉบับแรก หรือที่เรียกว่า “ เรกูลา นอน บูลลาตา “ ที่ไม่ได้รับรองจากพระสันตะปาปา และที่ประชุมได้ส่งมิชชันนารีไปยังประเทศเยอรมัน นำโดยภราดาเซซา ออฟ สเปเยอ และภราดาโทมัส เซลาโน พร้อมด้วยภราดาจอร์แดน จิอาโน ผู้นี้เองที่ภายหลังเป็นผู้เขียนลำดับเหตุการณ์ของความบากบั่นเดินทางครั้งนี้

1.33. ในปี 1221 ยังเป็นปีที่มีการรับรอง “ เมโมรีอาเล โปรโปสิติ “ หรือพระวินัยฉบับแรกของคณะผู้ทำการใช้โทษบาป หรือคณะที่สาม เป็นเหตุการณ์ที่ขยายครอบครัวฟรันซิสกันออกไปยังกลุ่มฆราวาส ที่นักบุญฟรันซิสได้ให้วินัยในการดำเนินชีวิตสำหรับฆราวาสที่จะดำเนินตามพระวรสาร และภายหลังพระศาสนจักรได้รับรอง

1.34. ช่วงปี 1221-1222 เป็นช่วงเวลาที่นักบุญฟรันซิสเดินทางไปเทศนาทางใต้ของอิตาลี ในวันที่ 15 สิงหาคม 1222 ท่านได้เทศนาย่านใจกลางเมืองโบลอนญ่า ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อ ที่นี่เองที่ภราดาได้มีโรงเรียนสอนเทววิทยา จากบันทึกสั้นๆที่นักบุญฟรันซิสเขียนถึงแอนโทนี ปาโดวา ในปี 1223 เรารู้ว่านักบุญที่มีชื่อนี้และอาจารย์ของพระศาสนจักรได้ทำการสอนเทววิทยาให้กับภราดาในเมืองโบลอนญ่า เพราะเขาอยู่ในแค้วนโรมานญ่า ทางเหนืออิตาลี

The manger of Greccio

1.35. ความจำเป็นที่ต้องมีพระวินัยฉบับสุดท้ายที่ต้องได้รับรองจากพระสันตะปาปา นักบุญฟรันซิสได้ปลีกตัวไปจำศีลภาวนาในฟอนเตโคลอมโบ ในปี 1223 พร้อมกับภราดาเลโอและภราดาโบนิโซจากโบลอนญ่า ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายพระศาสนจักรและกฎหมายทางโลก ที่นั่นนักบุญฟรันซิสได้แต่งพระวินัยฉบับสุดท้าย ที่ซึ่งต่อมานำไปสู่การคัดค้านจากภราดาผู้มีการศึกษา แต่ก็ยอมรับรองต่อมา ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 1223 พระสันตะปาปาออนโนรีอุสที่สามได้รับรองพระวินัยของคณะภรดาน้อยอย่างเป็นทางการ “ Regula Bullata “ โดยสมณะราชโองการ “ Solet Annuere “ ในการจำศีลภาวนาใกล้หุบเขาริเอติ เมืองเกรชโช นักบุญฟรันซิสทำการระลึกถึงการประสูติของพระกุมาร ด้วยแบบดั้งเดิมในวันที่ 25 ธันวาคม 1223 ในมิสซาเที่ยงคืน เพื่อเป็นการย้อนระลึกถึงความยากจนข้นแค้นที่พระกุมารมาบังเกิดในรางหญ้าที่เมืองเบทเลเฮม โดยมีวัวและลาเป็นเพื่อน

1.36. ที่ประชุมคณะปี 1224 ได้ส่งภราดาไปเผยแพร่ยังประเทศอังกฤษ ในวันที่ 10 กันยายน ภราดากลุ่มแรกไปถึงเมืองโดเวอร์ และเดินทางต่อไปเมืองแคนเทอเบอรี ลอนดอน และออกฟอร์ด ที่ซึ่งพวกท่านได้เทศนาไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ภราดาโทมัส เอคเคลสตัน ได้เล่าลำดับเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับฟรันซิสกันกลุ่มแรกในประเทศอังกฤษ ในหนังสือชื่อ De Adventu Fratrum Minorum in Angliam

© copyright FIOR-Malta
Text by Fr. Noel Muscat ofm

source: http://198.62.75.1/www1/ofm/fra/FRAlife5.html

Copyright © 2012 OFM Thailand