Francis’ Turning Point (in Thai)

[English] | [Thai]

The renunciation to wealth in front of the Bishop of Assisi

จุดหักเหของนักบุญฟรันซิส

1.13.ความขัดแย้งระหว่างนักบุญฟรันซิสและบิดารุนแรงขึ้น บิดามองว่าบุตรชายกำลังทำให้กิจการค้าขายล่มจม และทำลายชื่อเสียงของตระกูล เขาทนไม่ได้ที่เห็นบุตรชายไปขอทานอิฐ เพื่อมาซ่อมวัดซานดามีอาโน และการที่บุตรชายยอมให้ทุกสิ่ง แก่คนขอทานและคนถูกทอดทิ้ง ซ้ำยังไปสมาคมกับคนเหล่านั้นด้วย ปิคาผู้เป็นภรรยาพยายามบอกให้สามีใจเย็นๆ ให้เวลาบุตรได้ไตร่ตรองหาเส้นทางของชีวิต แต่ไม่เป็นผล บิดาได้นำตัวบุตรชายไปอยู่ต่อหน้าเจ้าเมือง เพื่อประกาศว่าท่านต้องสละสิทธิมรดกของตระกูล แต่นักบุญฟรันซิสเป็นคนของวัด อยู่ใต้อำนาจตัดสินของพระสังฆราชกิลโดแห่งอัสซีซี  การสอบสวนเริ่มขึ้น พระสังฆราชโน้มน้าวให้นักบุญฟรันซิสคืนเงินที่เอามาสร้างวัดซานดามีอาโนให้บิดา ท่านไม่เพียงแต่คืนเงินเท่านั้น แต่ยังถอดเสื้อผ้าและข้าวของคืนให้บิดาทั้งหมด ท่านกล่าวต่อหน้าผู้คนทั้งหลายว่า “ นับจากนี้ไป ผมสามารถเรียกพระบิดาในสวรรค์เป็นบิดาของผม “ บิดากลับไปบ้านด้วยความละอายใจ ส่วนฟรันซิสได้สวมเสื้อผ้าหยาบๆเหมือนฤษี ระหว่างทางท่านได้ถูกพวกโจรปล้น ท่านบอกพวกมันว่าท่านเป็นผู้นำสารให้แก่พระมหากษัตริย์ ทำให้พวกมันมองว่าท่านเป็นคนเสียสติ และได้ทำร้ายท่าน ทิ้งไว้ในคูที่มีแต่หิมะ ท่านไม่นำพาการโดนทำร้าย กลับร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เป็นเวลาหลายเดือนที่ท่านทำงานเป็นคนงานในครัว ของอารามเบเนดิคตินแห่งซานเวเรคอนโด และภายหลังที่เมืองกุบบิโอ ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนชื่อเฟเดริคโก สปาดาลูนกา ท่านได้ดูแลคนโรคเรื้อนที่นั่น

1.14. ในฤดูร้อนปี 1206 ฟรันซิสกลับไปอัสซีซี เพื่อทำการซ่อมแซมวัดซานดามีอาโน ท่านเข้าไปในเมือง ขอทานอิฐและเศษอาหาร แม้ว่าจะรู้สึกขยะแขยงที่จะกินเศษอาหารเหล่านั้น ท่านกลับได้เรียนรู้ชีวิตที่แท้ของคนยากจน ท่านเข้าใจว่าชนชั้น “minores “ ที่แท้จริง ไม่ใช่การเป็นพ่อค้า แต่เป็นคนที่ถูกทอดทิ้ง ท่านมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงจิตใจที่ลึกซึ้งของการเป็นคนถูกทอดทิ้ง แม้ในขณะที่ท่านยังเป็นชายหนุ่มร่ำรวยทรัพย์ ท่านได้เดินทางไปแสวงบุญหลุมศพของอัครสาวกที่กรุงโรม ที่นั่นท่านได้แลกเสื้อผ้าหรูหราของท่านกับเสื้อผ้าของขอทาน และได้ใส่ทั้งวัน

1.15. ท่านร้องเพลงด้วยเสียงไพเราะอันดัง ขณะทำการซ่อมวัดซานดามีอาโน ท่านหวนคิดถึงเสียงเพลงอันไพเราะสำเนียงโปรวองส์ของมารดา บทเพลงเหล่านี้เกิดขึ้นฉับพลันขณะที่ท่านทำงานหนัก  พวกชาวไร่ชาวนาพากันหยุดเพื่อที่จะฟังเสียงท่าน ด้วยความฉงนใจระคนกับความชื่นชมในความร่าเริงในวัยหนุ่มของท่าน ท่านได้พวกเขาไปว่าวัดซานดามีอาโน จะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับหญิงสาวสูงศักดิ์ที่จะมารับใช้พระเจ้าในอนาคต ผู้เขียนชีวประวัติถือว่าคำพูดนี้เป็นการพยากรณ์ถึงนักบุญกลารา และคณะของเธอในแรกเริ่มได้รับชื่อว่า “สตรีผู้ยากจนแห่งวัดซานดามีอาโน “

1.16. หลังจากซ่อมวัดซานดามีอาโนเสร็จแล้ว นักบุญฟรันซิสได้ทำการซ่อมแซมวัดอื่นๆด้วย วัดซานปิเอโตร แล้ววัดแม่พระแห่งปวงเทวา หรือ ปอร์ซิอุนโกลา ซึ่งวัดนี้ต่อมาจะกลายเป็นที่กำเนิดคณะของท่าน วัดตั้งอยู่ในหุบเขาอุมเบรียน ข้างล่างเมืองอัสซีซี นักบุญฟรันซิสได้พบเจอในป่า วัดนี้เป็นของอารามซานเบเนเดตโต อาล ซูบาซีโอ ท่านคิดคำนวณว่าพวกพระที่อารามจะพอใจ ที่ท่านจะทำประโยชน์ให้กับวัด ในไม่ช้าท่านจะได้ฝากฝังวัดนี้ให้กับภราดาในคณะของท่าน ว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งบนโลก และที่ซึ่งท่านปรารถนาจะสิ้นชีวิตที่นั่นในปี 1226 วัดปอร์ซิอุนโกลาเป็นสถานที่มีเครื่องหมายชี้บ่งที่สำคัญมากมายตลอดชีวิตของท่าน

1.17. หนึ่งในเครื่องหมายชี้บ่ง ตรงกับวันฉลองอัครสาวกแมททิว 24 กุมภาพันธ์ 1208 พระวาจาระหว่างมิสซา กล่าวว่าพระเยซูทรงส่งอัครสาวกไปประกาศข่าวดีด้วยเท้าเปล่า ไม่มีไม้เท้า หรือถุงย่าม พวกเขาเป็นพระธุดงค์หรือพวกแสวงบุญไปที่ต่างๆ สิ่งนี้นี่แหละที่ท่านแสวงหามาตลอด ท่านไม่รอช้าที่จะปฏิบัติตามตัวอักษร ท่านทิ้งไม้เท้า รองเท้า เข็มขัดหนังของฤษี ไปเดินด้วยเท้าเปล่า มีเสื้อนอกเป็นรูปกางเขนตัวอักษรเต๋าของกรีก มีเชือกเป็นเข็มขัด ท่านเปลี่ยนการใช้โทษบาปแบบฤษี ไปเป็นแบบผู้ประกาศข่าวดีแบบอัครสาวก นี่เป็นสิ่งเลอเลิศที่จะต้องเดินรอยตามในคณะของท่านในอนาคต

© copyright FIOR-Malta
Text by Fr. Noel Muscat ofm

source: http://198.62.75.1/www1/ofm/fra/FRAlife2.html

Copyright © 2012 OFM Thailand